โดย สุดารัตน์ อินสระคง นักศึกษาปฏิบัติสหกิจศึกษา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประจำศูนย์เอเชียใต้ศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การออกเดินทางในครั้งนี้เริ่มต้นจากความสงสัยและอยากจะเรียนรู้วิถีแห่งซิกข์ เพราะก่อนหน้านี้เคยได้ยิน ‘ย่านพาหุรัด’ มาบ้างแล้ว แน่นอน หลายคนคงได้ยินชื่อนี้ และจะเห็นภาพ ‘แขกขายผ้า’ สำหรับดิฉันพาหุรัดในภาพจินตนาการจึงเป็น ‘ย่านของคนอินเดีย’ เท่านั้น เพราะไม่เคยรู้จักมักคุ้นเท่าไรนัก เมื่อเริ่มศึกษาจึงพบว่า พาหุรัดนั้นไม่ใช่เป็นเพียงย่านคนอินเดียที่มาจับจ่ายใช้สอย ตั้งรกราก แต่ยังเป็นอาณาบริเวณใจกลางกรุงเทพมหานครที่คงไว้ซึ่งความเชื่อ ตัวตน และอัตลักษณ์ของชาวซิกข์ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พร้อมออกไปเดินละเมียดละไมทอดน่องในชุมชนซิกซ์เพื่อซึบซับและสัมผัสให้ถึงถิ่น ชาวซิกข์: ตัวตน และความเชื่อ ‘ย่านพาหุรัด’ แห่งนี้ แต่เดิมเป็น ‘ชุมชนชาวญวน’ ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 จวบจนในรัชกาลที่ 5 เพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ชาวญวนจึงได้ย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่อื่น ต่อมา พื้นที่ดังกล่าวถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในภายหลัง ส่งผลให้ชาวซิกข์ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากปัญจาบเข้ามาจับจองพื้นที่ค้าขายผ้า รวมทั้งสินค้านำเข้าจากอินเดีย จนพื้นที่แห่งนี้กลายมาเป็นย่านการค้าที่มีชื่อเสียงในนาม ‘พาหุรัด’ จนปัจจุบันผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานในพาหุรัดส่วนใหญ่เป็น ชาวซิกข์ […]
Life & Culture
โดย ดร. อับดุรเราะฮหมาน มูเก็ม นักวิจัยประจำศูนย์เอเชียใต้ศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มจาก “ความไม่รู้” ผมไม่มีความรู้เรื่อง “ชาวไทยเชื้อสายเนปาล” เลยแม้แต่น้อย ผมรู้เพียงว่า “ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และเรื่องเล่า” เป็นสิ่งที่น่าสนใจเสมอ เพราะในเรื่องราวเหล่านั้นมักมีชีวิตของผู้คนอย่างพวกเราแฝงเร้นอยู่ เมื่อมีโอกาสได้คลุกคลีและรับรู้ของชีวิตคนที่ต้องดิ้นรน ทนสู้ หดหู่ สิ้นหวัง เอาชนะ ก็จะยิ่งทำให้หัวใจพองโต มาพร้อมกับแรงขับและ “บทเรียนชีวิต” ซึ่งยากจะประเมินค่าได้ “ชาวไทยเชื้อสายเนปาลคือใคร” ผมทบทวนประโยคข้างต้นอย่างจริงจังหลังแลกเปลี่ยนกับท่านคเณศ ประสาท ธกาล (H.E. Ganesh Prasad Dhakal) เอกอัครราชทูตเนปาล ประจำประเทศไทย ซอยปรีดี พนมยงค์ 27 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา การพบปะครั้งนั้นได้กระตุ้น “ต่อมอยากรู้” […]
ทำความรู้จักเมืองกัลกัตตาผ่านสายตาของผู้เขียนที่ซื่อตรงต่อความรู้สึก เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าจะอาศัยอยู่ในกัลกัตตานั้นไม่ง่ายเลย แต่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะวัฒนธรรม ดนตรี ภาพยนตร์ เทศกาล ผู้คน หรืออาหาร ล้วนปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ผ่านการอธิบายที่อ่านเพลิน
ผลงานเรื่องเล่าประวัติศาสตร์เชิงเปรียบเทียบว่าด้วยกษัตริย์และจักรวรรดิซิกข์ ท้าทายการเล่าเรื่องเล่าเรื่องจักรวรรดิซิกข์ว่าเป็นผลผลิตจากพระอัจฉริยภาพของมหาราชารันชิต สิงห์ แต่เพียงผู้เดียว โดยแสดงให้เห็นบทบาทสตรีที่เป็นศูนย์กลางในการขยายอำนาจอธิปไตยของซิกข์
หนังสือเล่มนี้เลือกที่จะเล่าเรื่องราวการส่งมอบเอกราชประเทศผ่าน 5 บุคคลสำคัญ ได้แก่ (1) หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน (2) เอ็ดวินา เมานต์แบ็ตเทน (3) เนห์รู (4) โมฮัมหมัด อาลี จินนาห์ (Mohammed Ali Jinnah) และ (5) โมหันทาส กรัมจันท์ คานธี หรือมหาตมาคานธี ปฏิกิริยาระหว่างบุคคลเหล่านี้ในช่วงเวลาฤดูร้อนในอินเดีย คือนอกจากอากาศจะร้อนแล้ว บรรยากาศก็เร่าร้อนไม่แพ้กัน
แต่เมื่อกลุ่มตาลีบันได้เริ่มขึ้นสู่อำนาจในการปกครองประเทศช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาลมได้เปลี่ยนทิศ รัฐบาลตาลีบันมีจุดยืนในการสนับสนุน “เด็กผู้ชาย” ทางด้านการกีฬา ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า “ผู้หญิงจะยังมีโอกาสในการกีฬาต่อสู้อีกหรือไม่?”
Harnaaz Sandhu ตัวแทนจากประเทศอินเดียวัย 21 ปี เธอสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศด้วยการคว้ามง 3 มาให้กับอินเดียในฐานะ มิสยูนิเวิร์ส ประจำปี 2021 น่าจับตามองว่าในประเทศอนุรักษ์นิยมนางงามผู้คว้าตำแหน่งกลับได้รับ “เกียรติ”และ ความ “เคารพ” เทียบเท่านักกีฬาคริกเก็ตชาย เพราะเหตุใด
The Walls of Delhi ทำให้ผู้อ่านรู้สึกหนาวสั่นผ่านการร้อยเรื่องของนักเขียน ที่มีความสมจริง น่าสยดสยอง เสียดสี นักเขียนพาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้อ่านในเสียงในเรื่องเล่า เชื่อมโยงข้อเท็จจริง ปัญหาของคนธรรมดาทั่วไป ว่าถูกกระทำ ถูกท้าทาย และตั้งคำถามต่อความยุติธรรม สะท้อนความทันสมัยของเมืองที่เป็นโลกคู่ขนานกับอีกหลายชีวิตในอินเดีย
“อหลยา” นางบาปในเกร็ดเรื่องของรามยณะ ถูกนำโครงเรื่องตำนานมาเล่าใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์ิ โดยสุชัย โฆษ ผ่านมุมมองแบบสตรีนิยมพยายามที่จะเชิญชวนให้ผู้ชมมองเธอและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอในมุมใหม่
หนังสือ “GANDHI AND CHURCHILL: THE EPIC RIVALRY THAT DESTROYED AN EMPIRE AND FORGED OUR AGE” ได้นำเสนอสาระสำคัญมากมาย มี 2 ประเด็นที่น่าสนใจ คือ (1) ความขัดแย้งสำคัญระหว่างคานธีกับเชอร์ชิลเป็นเรื่องศาสนา และ (2) เราไม่อาจเข้าใจชีวิตการเมืองของเชอร์ชิลได้ หากไม่เข้าใจอิทธิพลของคานธีที่มีต่อเขา