โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ฉัตราติชาต ศูนย์เอเชียใต้ศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา และ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชีวิตเต็มไปด้วยความบังเอิญและโชคชะตา วันนี้ (05/06/2024) มีนัดกับอาจารย์คณะ Journalism and Communication Science ของ Universitatea de Stat din Moldova ในช่วงบ่าย …ระหว่างรอข้ามทางม้าลายก่อนเข้าแคมปัส ตาก็หมุนไปที่ร้านหนึ่งที่แอบสงสัยมาหลายวัน เพราะป้ายหน้าร้านน่ารักสุด cute มองดูนาฬิกายังมีเวลาเหลืออยู่อีกเกือบชั่วโมง เลยตัดสินใจเดินเข้าดูไปใกล้ แล้วก็พบว่านี่คือร้านหนังสือ ชื่อ Cartego หน้าร้านหนังสือ Cartego ส่วนหนึ่งของชั้นหนังสือ. เข้าไปในร้าน ได้รู้สึกไวบ์คูล ๆ ของร้าน เพราะมีภาพวาดจัดแสดงที่โถงทางเดิน และชั้นหนังสือแนว loft แบบ floor to ceiling เราได้พบกับเอเลียน่า พนักงานประจำร้าน น้องบอกว่าพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย […]
Latest Posts
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ฉัตราติชาต ศูนย์เอเชียใต้ศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา และ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บ่ายวันนี้ (03/06/2024) พอเสร็จธุระที่ Universitatea de Stat din Moldova ก็อยากเดินดูเมือง ใจมุ่งตรงไปที่ The Triumphal Arch ประตูชัย ใจกลางเมือง แต่ระหว่างที่เดินอยู่บนถนน Strada Alexei Şciusev ไม่รู้มีแรงดึงดูดอะไรให้สายตาเหลือบไปมองประตูบานแคบที่เปิดไว้เพียงแค่บานเดียว และเห็นป้ายด้านซ้าย เขียนว่า Biblioteca Națională pentru Copii “Ion Creangă” หันไปด้านขวา พบคำแปลว่า National Children’s Library “Ion Creangă” ตาวาวเป็นประกาย และตัดสินใจเลี้ยวเข้าทันที พอเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับห้องสมุดเยาวชนแห่งชาติของมอลโดวา แม้จะไม่ใหญ่โต โอ่อ่า […]
โดย สุดารัตน์ อินสระคง นักศึกษาปฏิบัติสหกิจศึกษา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประจำศูนย์เอเชียใต้ศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การออกเดินทางในครั้งนี้เริ่มต้นจากความสงสัยและอยากจะเรียนรู้วิถีแห่งซิกข์ เพราะก่อนหน้านี้เคยได้ยิน ‘ย่านพาหุรัด’ มาบ้างแล้ว แน่นอน หลายคนคงได้ยินชื่อนี้ และจะเห็นภาพ ‘แขกขายผ้า’ สำหรับดิฉันพาหุรัดในภาพจินตนาการจึงเป็น ‘ย่านของคนอินเดีย’ เท่านั้น เพราะไม่เคยรู้จักมักคุ้นเท่าไรนัก เมื่อเริ่มศึกษาจึงพบว่า พาหุรัดนั้นไม่ใช่เป็นเพียงย่านคนอินเดียที่มาจับจ่ายใช้สอย ตั้งรกราก แต่ยังเป็นอาณาบริเวณใจกลางกรุงเทพมหานครที่คงไว้ซึ่งความเชื่อ ตัวตน และอัตลักษณ์ของชาวซิกข์ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พร้อมออกไปเดินละเมียดละไมทอดน่องในชุมชนซิกซ์เพื่อซึบซับและสัมผัสให้ถึงถิ่น ชาวซิกข์: ตัวตน และความเชื่อ ‘ย่านพาหุรัด’ แห่งนี้ แต่เดิมเป็น ‘ชุมชนชาวญวน’ ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 จวบจนในรัชกาลที่ 5 เพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ชาวญวนจึงได้ย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่อื่น ต่อมา พื้นที่ดังกล่าวถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในภายหลัง ส่งผลให้ชาวซิกข์ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากปัญจาบเข้ามาจับจองพื้นที่ค้าขายผ้า รวมทั้งสินค้านำเข้าจากอินเดีย จนพื้นที่แห่งนี้กลายมาเป็นย่านการค้าที่มีชื่อเสียงในนาม ‘พาหุรัด’ จนปัจจุบันผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานในพาหุรัดส่วนใหญ่เป็น ชาวซิกข์ […]
โดย ดร. อับดุรเราะฮหมาน มูเก็ม นักวิจัยประจำศูนย์เอเชียใต้ศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มจาก “ความไม่รู้” ผมไม่มีความรู้เรื่อง “ชาวไทยเชื้อสายเนปาล” เลยแม้แต่น้อย ผมรู้เพียงว่า “ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และเรื่องเล่า” เป็นสิ่งที่น่าสนใจเสมอ เพราะในเรื่องราวเหล่านั้นมักมีชีวิตของผู้คนอย่างพวกเราแฝงเร้นอยู่ เมื่อมีโอกาสได้คลุกคลีและรับรู้ของชีวิตคนที่ต้องดิ้นรน ทนสู้ หดหู่ สิ้นหวัง เอาชนะ ก็จะยิ่งทำให้หัวใจพองโต มาพร้อมกับแรงขับและ “บทเรียนชีวิต” ซึ่งยากจะประเมินค่าได้ “ชาวไทยเชื้อสายเนปาลคือใคร” ผมทบทวนประโยคข้างต้นอย่างจริงจังหลังแลกเปลี่ยนกับท่านคเณศ ประสาท ธกาล (H.E. Ganesh Prasad Dhakal) เอกอัครราชทูตเนปาล ประจำประเทศไทย ซอยปรีดี พนมยงค์ 27 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา การพบปะครั้งนั้นได้กระตุ้น “ต่อมอยากรู้” […]
ทำความรู้จักเมืองกัลกัตตาผ่านสายตาของผู้เขียนที่ซื่อตรงต่อความรู้สึก เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าจะอาศัยอยู่ในกัลกัตตานั้นไม่ง่ายเลย แต่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะวัฒนธรรม ดนตรี ภาพยนตร์ เทศกาล ผู้คน หรืออาหาร ล้วนปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ผ่านการอธิบายที่อ่านเพลิน
ผลงานเรื่องเล่าประวัติศาสตร์เชิงเปรียบเทียบว่าด้วยกษัตริย์และจักรวรรดิซิกข์ ท้าทายการเล่าเรื่องเล่าเรื่องจักรวรรดิซิกข์ว่าเป็นผลผลิตจากพระอัจฉริยภาพของมหาราชารันชิต สิงห์ แต่เพียงผู้เดียว โดยแสดงให้เห็นบทบาทสตรีที่เป็นศูนย์กลางในการขยายอำนาจอธิปไตยของซิกข์
คำปราศรัยของ ชวาหะร์ลาล เนห์รู ต่อที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติอินเดียในช่วงค่ำคืนของวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1947 ไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงเวลาเที่ยงคืนที่เป็นกำหนดที่อินเดียจะได้รับเอกราชนั้นถือว่าเป็นวาทะชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งของคริสต์ศตวรรษที่ 20 คำปราศรัยที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “A Tryst with Destiny - นัดหมายกับโชคชะตา” ฉายภาพให้เราเห็นประวัติศาสตร์การต่อสู้ที่ผ่านมานับพันปี มาจนถึงชัยชนะของอินเดียเหนือการปกครองของอังกฤษ
คำปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติปากีสถานของ มูฮัมหมัด อาลี จินนาห์ ชิ้นนี้ถือเป็นวาทะชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ในคำปราศรัยต่อสมาชิกสมัชชาแห่งชาติปากีสถานที่ประกอบไปด้วยผู้นำทางศาสนา ชนชั้นศักดินาและชนชั้นนำทางการเมือง จินนาห์ได้ฉายภาพอนาคตของปากีสถานตามแนวทางของรัฐฆราวาส ที่แยกศาสนาออกจากการเมือง เขากล่าวถึงปากีสถานที่เปิดกว้างและเป็นธรรม ดินแดนที่ประชาชนมีอิสรภาพในการนับถือศาสนาและมีความเท่าเทียมกันภายใต้กรอบของกฎหมาย
หนังสือเล่มนี้เลือกที่จะเล่าเรื่องราวการส่งมอบเอกราชประเทศผ่าน 5 บุคคลสำคัญ ได้แก่ (1) หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน (2) เอ็ดวินา เมานต์แบ็ตเทน (3) เนห์รู (4) โมฮัมหมัด อาลี จินนาห์ (Mohammed Ali Jinnah) และ (5) โมหันทาส กรัมจันท์ คานธี หรือมหาตมาคานธี ปฏิกิริยาระหว่างบุคคลเหล่านี้ในช่วงเวลาฤดูร้อนในอินเดีย คือนอกจากอากาศจะร้อนแล้ว บรรยากาศก็เร่าร้อนไม่แพ้กัน
“โขล โท” หรือ “เปิดมันออก”เป็นเรื่องสั้นที่เกี่ยวกับเหตุการณ์การแบ่งแยกอินเดียและปากีสถานของมันโตที่มีผู้อ่านกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด ในปีที่เรื่องสั้นเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ มันได้ชื่อว่าเป็นเรื่องสั้นที่ฉาวโฉ่เรื่องหนึ่งของยุคสมัย ไม่ใช่เพียงแค่ด้วยโครงเรื่องหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวละครเท่านั้น แต่ประเด็นที่เรื่องสั้นเรื่องนี้ทำให้ทางการไม่พอใจก็คือการนำเสนอว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดูและชาวมุสลิม หรือระหว่างชาวฮินดูสถานและชาวปากีสถาน แต่มันคือความรุนแรงที่เกิดจากสันดานดิบและความป่าเถื่อนที่ซุกซ่อนอยู่ในกายของมนุษย์